ขึ้นแรงค์ RoV: เหลืออีกกี่ดาว กี่ตา
เครื่องคำนวณความคืบหน้าแรงก์ RoV
เหลืออีกกี่ดาว และต้องเล่นอีกประมาณกี่แมตช์
สูตร: ดาวที่ยังขาด = ดาวที่ต้องมี − ดาวปัจจุบัน; ดาวสุทธิต่อแมตช์โดยเฉลี่ย = 2 × วินเรต − 1; แมตช์โดยประมาณ = ปัดขึ้น(ดาวที่ยังขาด ÷ ดาวสุทธิต่อแมตช์) ใช้ได้เฉพาะเมื่อวินเรตมากกว่า 50%
หรือกรอก ชนะ / แพ้ เพื่อคำนวณวินเรต:
หมายเหตุ: เครื่องมือนี้ไม่เป็นทางการ ไม่เกี่ยวข้องกับ Garena / Tencent / Roblox ราคาและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบร้านค้าทางการก่อนซื้อ
ขึ้นแรงค์ RoV: เหลืออีกกี่ดาว กี่ตา
ใกล้จะขึ้นแรงค์แล้วแท้ ๆ แต่ไม่รู้ว่าเหลืออีกกี่ดาว ต้องชนะอีกกี่ตา หรือถ้าแพ้สลับชนะไปเรื่อย ๆ จะถึงเมื่อไรกันแน่ หลายคนเปิดหน้าแรงค์ดูแล้วเห็นแค่ดาวที่มีอยู่ แต่คำนวณในหัวไม่ทันว่าจากจุดนี้ไปถึงแรงค์ถัดไปต้องใช้เวลาอีกเท่าไร พอไม่รู้ตัวเลขชัด ๆ ก็เลยเล่นไปแบบลุ้นไปทุกตา แพ้ตาหนึ่งก็ใจเสีย ชนะตาหนึ่งก็ดีใจเกินไป ทั้งที่จริง ๆ แล้วถ้าเรารู้ว่าเหลืออีกกี่ดาวและอัตราชนะของเราอยู่ที่เท่าไร เราจะวางแผนการเล่นได้ใจเย็นกว่านี้เยอะ
นับดาวที่เหลือให้ถูกก่อน
ขั้นแรกที่ง่ายที่สุดคือ นับให้ชัดว่าเรามีดาวอยู่เท่าไร และแรงค์ถัดไปต้องการดาวทั้งหมดเท่าไร ส่วนต่างของสองตัวเลขนี้คือดาวที่ยังขาดอยู่ เช่น ถ้าแรงค์ถัดไปต้องการทั้งหมดห้าดาว และตอนนี้เรามีอยู่สองดาว เราก็ขาดอีกสามดาว หมายความว่าถ้าชนะรวด เราต้องชนะอีกสามตา แต่ในความเป็นจริงเราไม่ได้ชนะรวดทุกครั้ง ดังนั้นการนับแค่ดาวที่ขาดอย่างเดียวจึงยังไม่พอ ต้องเอาเรื่องอัตราชนะเข้ามาคิดด้วย ไม่อย่างนั้นเราจะประเมินเวลาต่ำเกินไป แล้วผิดหวังเมื่อเล่นไปหลายตาแล้วยังไม่ถึงสักที
อีกจุดที่คนมักลืมคือ ดาวไม่ได้เพิ่มขึ้นเฉพาะตอนชนะเท่านั้น บางระบบอาจมีกลไกช่วยเหลือเมื่อแพ้ติดกันหรือเมื่อเล่นได้ดี แต่กลไกพวกนี้เปลี่ยนแปลงได้ตามการปรับปรุงของเกม ดังนั้นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ วางแผนจากกรณีพื้นฐานก่อน นั่นคือชนะได้ดาว แพ้เสียดาว แล้วค่อยถือว่ากลไกพิเศษใด ๆ เป็นโบนัส ไม่ใช่แผนหลัก ถ้าเราวางแผนแบบนี้ ต่อให้ไม่มีโบนัสช่วย เราก็ยังไปถึงเป้าหมายได้ตามแผน แค่ช้าหน่อยเท่านั้นเอง
อัตราชนะเกินครึ่งสำคัญยังไง
ลองคิดแบบง่าย ๆ ถ้าอัตราชนะของเราอยู่ที่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์พอดี แปลว่าชนะหนึ่งตาแพ้หนึ่งตาสลับกันไป ดาวของเราก็จะวนอยู่แถวเดิมไม่ไปไหน เพราะดาวที่ได้จากตาที่ชนะจะถูกหักออกไปในตาที่แพ้ ถ้าอยากให้ดาวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อัตราชนะต้องเกินห้าสิบเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ยิ่งเกินมากเท่าไร ดาวก็ยิ่งเพิ่มเร็วเท่านั้น เช่น ถ้าอัตราชนะอยู่ที่หกสิบเปอร์เซ็นต์ ในสิบตาจะชนะประมาณหกตาแพ้สี่ตา ดาวสุทธิจะเพิ่มขึ้นประมาณสองดาว นั่นแปลว่าถ้าขาดอีกสามดาว เราอาจต้องเล่นประมาณสิบห้าตาโดยเฉลี่ย ไม่ใช่แค่สามตาเหมือนตอนชนะรวด
ตัวเลขแบบนี้ช่วยให้เราตั้งความคาดหวังได้ตรงขึ้น ถ้าเรารู้ว่าอัตราชนะของตัวเองอยู่ที่ประมาณห้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ในสิบตาจะได้ดาวสุทธิประมาณหนึ่งดาว การขาดอีกสามดาวจึงอาจต้องใช้เวลาประมาณสามสิบตา ไม่ใช่สามตา การรู้แบบนี้ตั้งแต่แรกจะทำให้เราไม่หงุดหงิดเมื่อเล่นไปสิบตาแล้วยังไม่ถึง เพราะเรารู้อยู่แล้วว่ามันต้องใช้เวลาประมาณนี้ และเราก็กำลังเดินไปตามแผน ไม่ได้เดินถอยหลังแต่อย่างใด ความใจเย็นแบบนี้แหละที่ช่วยให้เล่นได้ดีขึ้นในระยะยาว
ตัวอย่างการคำนวณจากดาวที่ขาด
สมมุติว่าเราขาดอีกสี่ดาว และอัตราชนะของเราอยู่ที่หกสิบเปอร์เซ็นต์ ในสิบตาจะชนะหกแพ้สี่ ดาวสุทธิเพิ่มสองดาว ดังนั้นสี่ดาวที่ขาดจะใช้เวลาประมาณยี่สิบตาโดยเฉลี่ย ถ้าอัตราชนะลดลงเหลือห้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ในยี่สิบตาจะชนะสิบเอ็ดแพ้เก้า ดาวสุทธิเพิ่มสองดาวเช่นกัน แต่ต้องใช้เวลามากกว่าเดิมเป็นสองเท่า นั่นคือประมาณสี่สิบตากว่าจะได้สี่ดาวครบ เห็นไหมว่าอัตราชนะที่ต่างกันแค่ห้าเปอร์เซ็นต์ ทำให้จำนวนตาที่ต้องเล่นต่างกันเยอะมาก การพัฒนาอัตราชนะเพียงเล็กน้อยจึงคุ้มค่ากว่าการเล่นให้เยอะขึ้นแบบไม่มีทิศทาง
อีกตัวอย่างหนึ่ง ถ้าเราขาดอีกแค่สองดาวและอัตราชนะอยู่ที่เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ในสิบตาจะชนะเจ็ดแพ้สาม ดาวสุทธิเพิ่มสี่ดาว แปลว่าสองดาวที่ขาดอาจใช้เวลาแค่ประมาณห้าตาเท่านั้นก็ได้ แต่ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ย ไม่ได้แปลว่าทุกห้าตาจะได้ผลแบบนี้เสมอไป บางช่วงอาจชนะรวด บางช่วงอาจแพ้ติดกัน การมองเป็นค่าเฉลี่ยจะช่วยให้เราไม่ตื่นเต้นเกินไปเมื่อชนะรวด และไม่ท้อเกินไปเมื่อแพ้ติดกัน เพราะทั้งสองอย่างเป็นส่วนหนึ่งของค่าเฉลี่ยเดียวกัน
แพ้ติดกันควรทำยังไงโดยไม่เสียจังหวะ
แพ้ติดกันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้แต่ผู้เล่นที่เก่งมากก็มีวันที่แพ้สามตาติดกันเหมือนกัน สิ่งสำคัญคืออย่าปล่อยให้การแพ้ติดกันทำให้เราเล่นแย่ลงกว่าเดิม หลายคนพอแพ้สองตาติดกันก็เริ่มเล่นแบบรีบร้อน อยากเอาคืนให้เร็วที่สุด ผลคือตัดสินใจพลาดมากขึ้น แล้วก็แพ้ตาที่สามตามมา วิธีที่ดีกว่าคือ หยุดพักสักครู่ ลุกไปดื่มน้ำ เดินเล่นสั้น ๆ หรือทำอย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวกับเกมสักสิบนาที แล้วค่อยกลับมาเล่นตอนที่ใจเย็นลง การพักไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการรักษาดาวที่เหลืออยู่ไม่ให้เสียไปมากกว่านี้
อีกวิธีหนึ่งคือ ลองทบทวนสั้น ๆ ว่าแพ้เพราะอะไร โดยไม่ต้องโทษตัวเองหรือโทษเพื่อนร่วมทีมจนเกินไป ถ้าแพ้เพราะยืนตำแหน่งพลาด ก็จดไว้ในใจว่าจะระวังจุดนั้นในตาถัดไป ถ้าแพ้เพราะทีมไม่ประสานกัน ก็ลองสื่อสารให้มากขึ้นในตาถัดไป การทบทวนแบบสั้น ๆ แบบนี้จะช่วยให้การแพ้แต่ละตามีประโยชน์ แทนที่จะเป็นแค่ดาวที่เสียไปเปล่า ๆ และอย่าลืมว่าแรงค์ไม่ใช่เรื่องของวันเดียว ถ้าวันนี้ดวงไม่ดีจริง ๆ การหยุดเล่นแล้วกลับมาเล่นใหม่วันถัดไปก็เป็นทางเลือกที่ฉลาด ไม่ใช่ความขี้แพ้แต่อย่างใด
วางแผนขึ้นแรงค์แบบใจเย็น
ก่อนเริ่มเล่นแต่ละวัน ลองใส่ตัวเลขลงในเครื่องมือดูก่อนว่า วันนี้เรามีดาวเท่าไร ขาดอีกกี่ดาว และอัตราชนะของเราอยู่ที่เท่าไร จากนั้นตั้งเป้าเล็ก ๆ สำหรับวันนั้น เช่น วันนี้ขอให้ดาวสุทธิเพิ่มขึ้นหนึ่งดาวก็พอ ไม่ต้องตั้งเป้าว่าต้องขึ้นแรงค์ให้ได้ภายในวันเดียว เพราะเป้าที่ใหญ่เกินไปจะกดดันตัวเองจนเล่นแย่ลง การตั้งเป้าเล็ก ๆ แล้วทำได้ทุกวัน จะพาเราไปถึงแรงค์ถัดไปได้เร็วกว่าการตั้งเป้าใหญ่แล้วล้มเหลวทุกวันเสียอีก
สุดท้ายนี้ จำไว้ว่าดาวและแรงค์เป็นผลลัพธ์ของการเล่นที่ดีอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่สิ่งที่เราควบคุมได้โดยตรงในตาเดียว สิ่งที่เราควบคุมได้คือการตัดสินใจของตัวเองในแต่ละตา การยืนตำแหน่ง การสื่อสารกับทีม และการรู้ว่าเมื่อไรควรหยุดพัก ถ้าเราทำสามอย่างนี้ได้ดี ดาวก็จะตามมาเอง ลองใช้เครื่องมือคำนวณดูว่าเหลืออีกกี่ดาวกี่ตา แล้วเล่นไปตามแผนแบบใจเย็น ๆ แรงค์ถัดไปอาจใกล้กว่าที่เราคิดก็ได้