ขายของ Roblox ได้จริงกี่ Robux หลังหักค่าธรรมเนียม
เครื่องคำนวณค่าธรรมเนียมร้านค้า Roblox
ดูว่าผู้ขายได้รับเท่าไรหลังหักค่าธรรมเนียม และต้องตั้งราคาเท่าไรจึงจะได้ตามเป้า
สูตร: ผู้ขายได้รับ = ราคา × (1 − ค่าธรรมเนียม%); ค่าธรรมเนียม = ราคา × ค่าธรรมเนียม%; ราคาที่ต้องตั้ง = ยอดที่ต้องการรับ ÷ (1 − ค่าธรรมเนียม%)
หมายเหตุ: เครื่องมือนี้ไม่เป็นทางการ ไม่เกี่ยวข้องกับ Garena / Tencent / Roblox ราคาและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบร้านค้าทางการก่อนซื้อ
ขายของ Roblox ได้จริงกี่ Robux หลังหักค่าธรรมเนียม
ตั้งราคาขายไว้ 1,000 Robux พอขายได้จริง เงินเข้ากระเป๋ากลับไม่ถึง 1,000 สักที หลายคนเจอแบบนี้แล้วงงว่าหายไปไหน โดนหักอะไร หรือระบบคิดผิดหรือเปล่า ความจริงไม่ใช่ระบบผิด แต่เป็นเพราะมีค่าธรรมเนียมหักออกก่อนที่เงินจะถึงมือคุณ ถ้าไม่คิดเผื่อตั้งแต่ตอนตั้งราคา คุณจะตั้งราคาต่ำไปโดยไม่รู้ตัว ขายได้เยอะแต่กำไรเหลือน้อย หรือขายแล้วแทบไม่ได้อะไรเลย หน้านี้เลยชวนให้คิดกลับด้าน อยากได้เท่าไหร่ ต้องตั้งราคาเท่าไหร่ และขายราคานี้จะเหลือเท่าไหร่ จะได้ตั้งราคาแบบไม่ขาดทุนตั้งแต่แรก
สูตรหักค่าธรรมเนียมคิดยังไง
สูตรพื้นฐานง่ายมาก เงินที่ได้รับจริง เท่ากับราคาขาย คูณด้วย 1 ลบอัตราค่าธรรมเนียม สมมติเป็นตัวอย่าง อัตราค่าธรรมเนียมตัวอย่างที่ 30 เปอร์เซ็นต์ หรือ 0.30 ราคาขาย 1,000 Robux จะได้รับจริง 1,000 คูณ 0.70 ได้ 700 Robux นั่นแปลว่าทุก 100 Robux ที่ตั้งราคา จะหายไป 30 Robux เป็นค่าธรรมเนียม เหลือเข้ากระเป๋าแค่ 70 Robux ตัวเลข 30 เปอร์เซ็นต์ในตัวอย่างนี้เป็นเพียงค่าตัวอย่างที่ตั้งไว้ในเครื่องคิดเลขเพื่อให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่อัตราที่รับรองว่าถูกต้องตลอดไป อัตราจริงต้องเช็กจากกฎทางการของ Roblox ตอนที่คุณจะขาย เพราะกฎเปลี่ยนได้ และอัตราอาจต่างกันตามประเภทสินค้าหรือช่องทางขาย
หลายคนพลาดตรงที่คิดว่าขายได้เท่าไหร่ก็ได้เท่านั้น แล้วพอเงินเข้าจริงน้อยกว่าที่คิด ก็ไปลดราคาขายลงอีกเพราะคิดว่าขายไม่ออก ทั้งที่จริงแล้วปัญหาอยู่ที่ไม่ได้เผื่อค่าธรรมเนียมตั้งแต่แรก ถ้าคุณรู้ตั้งแต่ต้นว่าขาย 1,000 จะเหลือ 700 คุณจะตั้งราคาให้สอดคล้องกับต้นทุนและความต้องการของตัวเองตั้งแต่แรก ไม่ต้องมาปรับราคาวุ่นวายทีหลัง เครื่องคิดเลขหน้านี้เลยให้คุณกรอกอัตราค่าธรรมเนียมเองได้ ถ้ากฎทางการบอกอัตราอื่น คุณก็ใส่ตัวเลขนั้นลงไป ผลลัพธ์จะได้ตรงกับกฎปัจจุบัน ไม่ใช่ติดอยู่กับตัวอย่างเก่า
อยากได้เท่าไหร่ ต้องตั้งราคาเท่าไหร่
นี่คือสูตรกลับด้านที่สำคัญที่สุด ราคาที่ต้องตั้ง เท่ากับเงินที่อยากได้รับจริง หารด้วย 1 ลบอัตราค่าธรรมเนียม สมมติใช้ตัวอย่างอัตรา 30 เปอร์เซ็นต์เหมือนเดิม แล้วคุณอยากได้รับจริง 700 Robux ราคาที่ต้องตั้งคือ 700 หาร 0.70 ได้ 1,000 Robux พอดี ถ้าอยากได้รับจริง 1,000 Robux ก็ต้องตั้งราคา 1,000 หาร 0.70 ได้ประมาณ 1,428.57 Robux ซึ่งในทางปฏิบัติคุณอาจต้องปัดขึ้นเป็น 1,429 Robux หรือตัวเลขที่ระบบขายยอมรับ แล้วเงินที่ได้รับจริงจะใกล้เคียงเป้าหมายที่สุด การคิดแบบนี้ช่วยให้คุณไม่ตั้งราคาต่ำเกินไปจนขายแล้วได้ไม่ถึงเป้า
ลองอีกตัวอย่าง สมมติคุณมีต้นทุนทำของชิ้นหนึ่งอยู่ที่ 500 Robux ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่ใช้ ค่าอุปกรณ์ หรือของที่ซื้อมาประกอบ ถ้าคุณอยากได้กำไรอีก 200 Robux รวมเป็นอยากได้รับจริง 700 Robux ด้วยอัตราตัวอย่าง 30 เปอร์เซ็นต์ คุณต้องตั้งราคา 1,000 Robux ไม่ใช่ 700 Robux ถ้าตั้งแค่ 700 Robux เงินที่ได้รับจริงจะเหลือแค่ 490 Robux ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนด้วยซ้ำ ขายไปก็ขาดทุนโดยไม่รู้ตัว คนขายมือใหม่พลาดตรงนี้เยอะมาก ตั้งราคาจากต้นทุนบวกกำไรที่อยากได้ แล้วลืมหักค่าธรรมเนียมออกไป สุดท้ายขายดีแต่เงินไม่เหลือ
ตั้งราคาสูงไปก็ขายไม่ออก ต่ำไปก็ขาดทุน
พอรู้สูตรแล้ว หลายคนจะรีบตั้งราคาสูงเผื่อไว้เยอะ ๆ กลัวขาดทุน แต่ถ้าตั้งสูงเกินไปจนแพงกว่าของคล้ายกันในตลาด คนซื้อก็จะไปซื้อของคนอื่นแทน ของคุณก็ค้างขายไม่ออก ทั้งที่ต้นทุนก็จ่ายไปแล้ว วิธีที่สมดุลกว่าคือดูราคาตลาดของของแนวเดียวกันก่อน ว่าช่วงราคาที่ขายได้จริงอยู่ตรงไหน แล้วค่อยเอาสูตรค่าธรรมเนียมไปคิดว่าในช่วงราคานั้น คุณจะเหลือเท่าไหร่ ถ้าเหลือพอรับได้ก็ตั้งในช่วงนั้น ถ้าเหลือน้อยเกินไป อาจต้องลดต้นทุน หรือเพิ่มมูลค่าให้ของ เช่น ทำให้สวยขึ้น ใช้งานได้หลากหลายขึ้น หรือมีลูกเล่นเพิ่ม จะได้ตั้งราคาสูงขึ้นอย่างสมเหตุสมผล ไม่ใช่ตั้งแพงลอย ๆ โดยของเหมือนเดิม
อีกเรื่องที่ต้องคิดคือจำนวนที่ขายได้ ถ้าขายราคาถูกแต่ขายได้หลายชิ้น กำไรรวมอาจมากกว่าขายแพงแต่ขายได้น้อยชิ้นก็ได้ สมมติขายชิ้นละเหลือกำไร 50 Robux แต่ขายได้ 20 ชิ้น กำไรรวมคือ 1,000 Robux เทียบกับขายชิ้นละเหลือกำไร 200 Robux แต่ขายได้แค่ 3 ชิ้น กำไรรวมคือ 600 Robux แบบแรกดีกว่าแม้ต่อชิ้นจะได้น้อยกว่า เพราะฉะนั้นอย่าดูแค่กำไรต่อชิ้นอย่างเดียว ต้องดูยอดขายรวมด้วย แต่ทั้งหมดนี้จะคิดได้ก็ต่อเมื่อคุณรู้ก่อนว่าแต่ละราคาจะเหลือเงินจริงเท่าไหร่หลังหักค่าธรรมเนียม ไม่อย่างนั้นตัวเลขกำไรที่คิดไว้จะเพี้ยนตั้งแต่ต้น
ตัวอย่างคิดเลขแบบครบวงจร
สมมติคุณจะขายเสื้อตัวหนึ่ง ต้นทุนรวม 300 Robux อยากได้กำไร 300 Robux รวมอยากได้รับจริง 600 Robux ใช้อัตราตัวอย่าง 30 เปอร์เซ็นต์ ราคาที่ต้องตั้งคือ 600 หาร 0.70 ได้ประมาณ 857.14 Robux ปัดขึ้นเป็น 858 Robux เงินที่ได้รับจริงจะประมาณ 600.60 Robux ใกล้เคียงเป้าหมาย ถ้าตลาดขายเสื้อแนวนี้กันที่ประมาณ 800 ถึง 900 Robux ราคา 858 ก็อยู่ในช่วงตลาดพอดี ขายได้ไม่ยาก แต่ถ้าตลาดขายกันแค่ 500 Robux คุณจะตั้ง 858 ไม่ได้ เพราะแพงกว่าตลาดเยอะ ทางเลือกคือต้องลดต้นทุน ลดกำไรที่คาดหวัง หรือทำของให้ต่างจนคนยอมจ่ายแพงขึ้น ไม่ใช่ฝืนตั้งราคาเดิมแล้วหวังว่าจะมีคนซื้อ
ลองอีกแบบ สมมติคุณตั้งราคาขายไปแล้ว 2,000 Robux ด้วยอัตราตัวอย่างเดียวกัน เงินที่ได้รับจริงคือ 2,000 คูณ 0.70 ได้ 1,400 Robux ถ้าต้นทุนของคุณคือ 1,000 Robux กำไรจริงคือ 400 Robux ไม่ใช่ 1,000 Robux อย่างที่หลายคนเข้าใจผิดตอนเห็นยอดขาย การแยกยอดขายกับกำไรจริงออกจากกันให้ชัด จะช่วยให้คุณรู้ว่าของชิ้นไหนขายแล้วคุ้ม ชิ้นไหนขายแล้วเหนื่อยฟรี แล้วรอบหน้าจะได้เลือกทำของที่กำไรจริงดี ไม่ใช่แค่ยอดขายดูดี
เช็กก่อนตั้งราคาทุกครั้ง
ก่อนตั้งราคา ลองเช็กสามข้อ ข้อแรก อัตราค่าธรรมเนียมปัจจุบันตามกฎทางการคือเท่าไหร่ อย่าใช้อัตราตัวอย่างในหน้านี้เป็นคำตอบสุดท้าย ข้อสอง ของแนวเดียวกันในตลาดขายกันที่ราคาเท่าไหร่ ช่วงไหนขายได้จริง ข้อสาม ต้นทุนกับกำไรที่อยากได้รวมกันแล้ว อยากได้รับจริงเท่าไหร่ ถ้าตอบได้ครบแล้วค่อยใช้สูตรกลับด้านหาราคาที่ต้องตั้ง แล้วปัดเศษให้เป็นตัวเลขที่ระบบรับได้ วิธีนี้จะช่วยให้คุณตั้งราคาแบบมีหลัก ไม่ใช่เดาสุ่ม หรือตั้งตามความรู้สึกว่าน่าจะประมาณนี้
จำไว้ว่าค่าธรรมเนียมไม่ใช่ศัตรู มันเป็นต้นทุนของการขายของบนแพลตฟอร์ม เหมือนค่าเช่าร้านในตลาดนัด ถ้าคิดเผื่อตั้งแต่แรก คุณจะขายได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องมานั่งตกใจตอนเงินเข้าไม่ครบ และไม่ต้องมาลดราคาวุ่นวายทีหลังเพราะเพิ่งรู้ว่าขาดทุน